วิธีใช้งานเครื่องปั่นสมูทตี้แบบเคาน์เตอร์ที่ถูกต้อง

เครื่องปั่นสมูทตี้ แบบเคาน์เตอร์ เป็นรูปแบบที่นิยมถูกเลือกนำไปใช้กันเป็นจำนวนมาก ทั้งผู้ที่นำไปใช้ภายในครัวเรือน และทั้งผู้ที่นำไปใช้ประกอบธุรกิจก็นิยมเลือกไปใช้ โดยจะมีขนาดของโถปั่นและความเร็วของมอเตอร์ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมอยู่หลายขนาด แน่นอนว่ายิ่งเครื่องที่มีกำลังการหมุนของมอเตอร์เร็วมากเท่าไหร่ ราคาตัวเครื่องก็มีราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วย สำหรับข้อดีของเครื่องปั่นสมูทตี้แบบเคาน์เตอร์ที่เห็นชัดเลยก็คือ มีกำลังการปั่นของมอเตอร์สูง สามารถปั่นวัตถุดิบที่มีลักษณะแข็งได้ มีระบบควบคุมการทำงานตัวเครื่องที่ใช้งานง่าย อีกทั้งยังมีโถปั่นที่สามารถบรรจุวัตถุดิบในแต่ละครั้งได้ค่อนข้างมาก นอกจากนี้ยังสามารถนำไปช่วยงานเตรียมวัตถุดิบภายในครัวก็ทำได้ดีเช่นกัน ไม่ว่าจะนำไปปั่นเครื่องแกง, ปั่นน้ำจิ้ม, ปั่นเนื้อสัตว์ ฯลฯ

สำหรับวิธีใช้งานเครื่องปั่นสมูทตี้แบบเคาน์เตอร์ที่ถูกต้องนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก ข้อดีของการใช้งานถูกต้องถูกวิธีนั้น จะทำให้เราได้รับประโยชน์จากการใช้งานเครื่องปั่นอย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นการลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุระหว่างใช้งานตัวเครื่องมีความปลอดภัยมากขึ้น แลวิธีใช้งานเครื่องปั่นสมูทตี้แบบเคาน์เตอร์ที่ถูกต้อง มีข้อควรปฏิบัติดังนี้

  1. ศึกษาคู่มือการใช้งานเครื่องปั่นสมูทตี้แบบเคาน์เตอร์ที่ถูกต้อง ก่อนเริ่มใช้งานจริง
  2. ก่อนเปิดเครื่องทำงานทุกครั้ง ผู้ใช้ควรทำการตรวจสอบความเรียบร้อยของอุปกรณ์ต่างๆให้ดีก่อนทำการเปิดเครื่องทำงาน เช่น ปิดฝาด้านบนโถปั่นให้แนบสนิท ป้องกันวัตถุดิบภายในกระฉอกออกมาหกเลอะเทอะ เป็นต้น
  3. ไม่ควรใช้งานเครื่องปั่นต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน เพราะอาจทำให้มอเตอร์ไหม้จากการใช้งานหนักเกินไปได้ หากจำเป็นต้องใช้งานแบบต่อเนื่อง ควรเว้นให้มีช่วงเวลาพักเครื่องเป็นระยะๆ
  4. ปรับระดับความเร็วของเครื่องปั่นสมูทตี้ให้มีความเหมาะสมกับวัตถุดิบที่นำมาใช้ เช่น วัตถุดิบมีลักษณะที่ค่อนข้างแข็ง ควรปรับระดับให้มีความเร็วสูง หรือปรับระดับความเร็วให้ช้าลง เพื่อทำงานกับวัตถุดิบที่มีลักษณะนิ่ม เป็นต้น
  5. เมื่อใช้งานเครื่องปั่นสมูทตี้เสร็จแล้ว ผู้ใช้ควรรอให้เครื่องปั่นหยุดทำงานจนสนิทก่อน จึงค่อยทำการหยิบโถปั่นออกมาจากตัวฐานของเครื่องปั่น
  6. หลังใช้งานเสร็จ ควรทำความสะอาดอุปกรณ์ทั้งหมดในทันที เพื่อไม่ให้เกิดคราบฝังแน่นหากไม่รีรบทำความสะอาดทันที ในส่วนที่เป็นฐานมอเตอร์ให้ใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดบิดหมาด เช็ดทำความสะอาด ห้ามให้มอเตอร์สัมผัสกับน้ำโดยตรงเด็ดขาด เพราะจะทำให้มอเตอร์เกิดการเสียหาย