หลังจากที่เราติดตั้งระบบคลัสเตอร์ในเครือข่ายเราเสร็จเรียบร้อยแล้ว รีวิวตอนนี้ ผมต้องการเน้นไปที่การใช้คุณสมบัติที่สำคัญ เช่น Heat Map และ Job Management เป็นต้น และจบท้ายด้วยการสรุปถึงจุดที่ดีและไม่ดีของระบบ Windows HPC Server 2008 ในขณะนี้ ที่ผมพบในขณะติดตั้งระบบ
Heat Map
Heat Map เป็นคุณสมบัติหนึ่งใน Windows HPC Server 2008 ที่แสดงผลข้อมูล โดยใช้สีแทนค่าของข้อมูลในแต่ละประเภท การใช้งาน Heat Map ผู้ใช้สามารถเพิ่มสิ่งที่ต้องการพิจารณาได้ ด้วยการเลือกที่ drop-down list และคลิกที่ Add to heat map ตัวอย่างการใช้งาน Heat Map แสดงไว้ในรูปด้านล่างนี้

จากรูปข้างต้น จะเห็นได้ว่า เราใช้ Heat Map ในการแสดงผลของเปอร์เซนต์ที่ถูกใช้โดยซีพียู และปริมาณของ Physical Memory ที่สามารถใช้ได้ในขณะนั้น
Job Management
ความสามารถหลักของ Job Management คือ การบริหารจัดการงานที่เราต้องการประมวลผล

จากตัวอย่างข้างต้นที่ผมแสดงในรูป จะเห็นได้ว่า เราสามารถเลือกได้ว่า เราต้องการจัดงานในลักษณะไหน (Single-Task job หรือ Parametric Sweep job) ในพาแนลด้านขวา ต่อจากนี้ผมจะทดลองประมวลผลภาพ 3 มิติ ที่ถูกสร้างด้วย โปรแกรม Maya โดยการคลิกที่ปุ่ม New job โดยใช้ชื่องานว่า Maya และประมวลผลผ่านคำสั่ง render ดังแสดงในรูป

จากนั้นเลือกให้เครื่อง Compute Node เครื่องที่ 1 และ 3 ดังรูป

จะเห็นได้ว่า เมื่อประมวลผลงานนั้นเสร็จ ผลลัพธ์จะปรากฏในไดเรคทอรี่ที่เราระบุไว้ ดังแสดงในภาพ

Summary
กล่าวโดยสรุปแล้ว ผมมองว่าจุดเด่นของ Windows Server 2008 อยู่ตรงที่มี GUI (Graphic – User interface) ให้ง่ายต่อการใช้งาน เช่น เราสามารถจัดการงานต่างๆผ่าน Job Management โดยอนุญาตให้เราเลือกได้ว่า เราต้องการจัดการงานแบบ Single-Task job หรือ Parametric Sweep job หรือ การวัดระดับทรัพยากรในครื่องด้วย Heat Map เป็นต้น
ส่วนข้อเสียของ Windows HPC Server 2008 ในตอนนี้ ผมมองว่าจะอยู่ในเรื่องของ กระบวนการติดตั้งระบบ ยกตัวอย่างเช่น การตั้งรหัส ภายหลังจากติดตั้ง Windows Server 2008 เสร็จเรียบร้อย โดยที่ไม่อนุญาตรหัส ที่ไม่ประกอบด้วย ตัวพิมใหญ่ ตัวพิมเล็ก ตัวเลขผ่าน หรือ การกำหนดหมายเลข TCP/IP สำหรับการติดตั้ง Windows Server 2008 ลงบนเครื่อง Compute Node แต่ละเครื่อง ที่จะไม่อนุญาตให้เราติดตั้ง หากหมายเลข TCP/IP ที่กำหนด ไม่สมเหตุสมผล หมายความว่า ไม่สามารถแบ่งเครือข่ายวงนอก และ วงในได้ชัดเจน ในจุดนี้ผมมองว่า เป็นข้อเสียเพราะ ผมคิดว่า อาจมีผู้ใช้บางคนที่ต้องการทำระบบคลัสเตอร์ภายในองค์กร หรือเครือข่ายของตัวเอง โดยที่ไม่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เนต เป็นต้น



